ขอบข่ายของกิจกรรมนันทนาการ

        กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมนันทนาการหรือไม่ เป็นการยากที่จะแยกแยะให้แน่ชัด แต่ถ้ากิจกรรมใดที่บุคคลได้เลือกเฟ้นแล้ว เกิดความพอใจในการปฏิบัติกิจกรรมนั้นในยามว่าง ไม่เป็นภัยต่อสังคม ถือว่าเป็นกิจกรรมนันทนาการทั้งสิ้น

 

นันทนาการเพื่อการเรียนรู้และทักษะ

นันทนาการเพื่อความบันเทิง

นันทนาการเพื่อสุขภาพ

นันทนาการเพื่อการบำบัด

นันทนาการเพื่อสังคม

นันทนาการกับศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

 
 
 

       การศึกษาศาสตร์ทางด้านนันทนาการมีขอบเขตและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์สาขาต่างๆ อย่างกว้างขวาง หรือเรียกว่า นันทนาการเป็นการศึกษาแบบสหวิทยาการ (Interdisciplinary) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่นดังต่อไปนี้

 
 
 

           นันทนาการกับสังคมวิทยา (Sociology) วิชาทางด้านนันทนาการ ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของสังคมและชุมชน ในพฤติกรรมการเล่น การใช้เวลาว่าง และการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ จึงเกิดเป็นทฤษฎีการเล่น เวลาว่าง และทฤษฎีนันทนาการ

          นันทนาการกับเศรษฐศาสตร์ (Economics) นันทนาการธุรกิจการค้า มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของชาติ ได้แก่ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว สวนสนุก เป็นแหล่งนันทนาการที่ก่อให้เกิดการสร้างงาน การไหลเวียนของกระแสการเงิน ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง

           นันทนาการกับเกษตรศาสตร์ (Agriculture) แหล่งนันทนาการระดับใหญ่ เช่นอุทยานแห่งชาติ วนอุทยานแห่งชาติ สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่สำคัญของชุมชนแล้ว ยังช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญส่งเสริมสภาพแวดล้อมให้เกิดระบบนิเวศวิทยาของสิ่งมีชีวิตให้น่าอยู่อาศัย

           นันทนาการกับการศึกษา (Education) นันทนาการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นทั้งการแสดงออก การศึกษาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การสอนหลักสูตร นันทนาการเพื่อเตรียมอาชีพผู้นำทางด้านนี้ มีการศึกษาตั้งแต่ระดับเบื้องต้น จนถึงระดับปริญญาขั้นสูง เช่น ปริญญาตรี โท และปริญญาเอก นันทนาการมีบทบาทสำคัญต่อบุคคลและชุมชนทุกระดับวัย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ ตลอดจนวัยสูงอายุ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดการเรียนการสอน ทั้งในและนอกระบบ

           นันทนาการกับบริหารธุรกิจ (Business Administration) ปัจจุบันการจัดการและบริหารองค์กรที่เกี่ยวข้องกับนันทนาการมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ภาคเอกชนให้ความสนใจลงทุนเป็นธุรกิจบริการ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับนันทนาการ เช่นเครื่องเล่นไฟฟ้า เกมนันทนาการ การบริการจัดการ ศูนย์สุขภาพ ศูนย์กีฬา แหล่งนันทนาการสำหรับครอบครัว ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนบริหารธุรกิจ เพื่อเกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมธุรกิจ เช่นการจัดคอนเสิร์ต มหกรรมกีฬา ดนตรี ละคร หรือการแสดง ตลอดจนการท่องเที่ยว

           นันทนาการกับวิทยาการจัดการ (Management Science) การจัดการอย่างเป็นระบบในองค์กร และหน่วยงานของนันทนาการทุกระดับ ตลอดจนการจัดโปรแกรมนันทนาการสำหรับสังคมมีความจำเป็นที่จะต้องใช้วิทยาการจัดการ เพื่อช่วยให้การจัดและบริหารองค์กรเกิดประสิทธิภาพ และคุณภาพ ผู้นำหรือผู้จัดการเป็นหัวใจสำคัญของหน่วยงานหรือองค์กร ดังนั้นนันทนาการจึงมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางด้านวิทยาการจัดการเป็นอย่างดี

           นันทนาการกับวิทยาศาสตร์การกีฬา (Sport Science) นันทนาการเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพลศึกษา สุขศึกษา และวิทยาศาสตร์การกีฬา อย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้เพราะมุ่งพัฒนาเอกัตตบุคคลและสังคมทั้งทางด้านกาย อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญา ส่งเสริมคุณภาพชีวิต การพัฒนากีฬา เพื่อมวลชน กีฬาเพื่อสุขภาพเป็นแรงจูงใจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

           นันทนาการกับรัฐศาสตร์การปกครอง (Political Science) นันทนาการถือว่าเป็นองค์กร สถาบันสังคมที่รัฐพึงจะต้องจัดเป็นสวัสดิการสังคม (Social Welfare) ดังนั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการจัดบริหารท้องถิ่น เช่น เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล จะต้องจัดแหล่งนันทนาการ เช่นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สถานที่แสดงดนตรี อาคารอเนกประสงค์ เพื่อเป็นกิจกรรมนันทนาการทางสังคม เพื่อชุมชนอยู่อย่างมีความอบอุ่น ความสุข มีเจ้าหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ และจัดบริการกิจกรรมนันทนาการ

           นันทนาการกับนิเวศวิทยา (Ecology Science) นันทนาการประเภทกลางแจ้ง หรือนอกเมือง (Outdoor Recreation) ช่วยส่งเสริมให้มนุษย์ที่ได้สัมผัสเข้าใจธรรมชาติ เกิดความซาบซึ้ง และจะช่วยส่งเสริมการลดการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังเป็นปัญหาของสังคมในเมือง และสังคมชนบท และเป็นปัญหารีบด่วนที่จะต้องรีบแก้ไข นันทนาการจะช่วยสร้างความซาบซึ้ง และความเข้าใจในธรรมชาติ และช่วยกล่อมเกลาให้มนุษย์มีความเข้าใจในระบบนิเวศวิทยา ที่จะต้องสร้างความสมดุลกับธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิต

           นันทนาการกับศิลปศาสตร์ (Fine and Liberal Arts) กิจกรรมนันทนาการประเภทศิลปกรรม ศิลปหัตถกรรม การละคร ดนตรี การเต้นรำ เป็นต้น ล้วนเป็นกิจกรรมที่สอนให้บุคคลมีความเข้าใจซาบซึ้งในศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และพัฒนาทางอารมณ์เป็นอย่างดี